อาจารย์จุฬาฯ เผยจุดอ่อนวิศวกรไทย ด้อยภาษาอังกฤษ

สภา อุตสาหกรรม เผยจุดอ่อนวิศวกรไทยด้อยภาษาอังกฤษ ผลิตคนไม่สอดคล้องความต้องการสถานประกอบการ จี้สภาวิชาชีพปรับตัวรับอาเซียน มึนระเบียบหยุมหยิมแข่งขันต่างชาติไม่ได้…

เมื่อ วันที่ 30 ก.ค. จากการสัมมนา “เจาะลึก AEC กับวิชาชีพวิศวกรรม : ความท้าทายและโอกาส” รศ.ดร.บุญสม เลิศหิรัญวงศ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สิ่งที่น่าวิตกของวิศวกรไทยเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน 2558 คือ ทักษด้านภาษาอังกฤษ ซึ่งต้องยอมรับว่าวิศวกรไทยต้องเร่งปรับตัว เพราะหากอ่อนภาษาอังกฤษก็จะลำบาก ขณะนี้ในหลายภาคส่วนมีความตื่นตัว และความเชื่อมโยงการพัฒนาคุณภาพ มาตรฐานวิศวกรไทย ยกเว้นสภาวิชาชีพที่น่าเป็นห่วง

ทั้ง นี้ ผู้บริหารองค์กรสภาวิชาชีพยังยึดถือมาตรฐานในการผลิตบัณฑิตแบบเดิม ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของการผลิตบัณฑิตวิศวะเพื่อรองรับประชาคมอา เซียน สภาวิชาชีพควรจะมีบทบาทในการร่วมมือพัฒนาบัณฑิตวิศวะทั้งประเทศ มีแนวคิดแบบใหม่ๆ ที่เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงของโลก เพราะเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน วิศวกรที่จบออกถือว่าเป็นวิศวกรไทย ไม่ได้ถูกมองว่าจบจากสถาบันใดสถาบันหนึ่งเหมือนที่ผ่านมา

ด้าน นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้สถาบันการศึกษา ผลิตคนไม่สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการและการพัฒนาที่รวดเร็วของ ภาพอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ รัฐบาล ต้องทำงานร่วมกันในการวางแผนเพิ่มขีดความสามารถของกำลังคนและพัฒนาระบบโทร คมนาคม เทคโนโลยี ซึ่งไทยด้อยมาก นอกจากนี้ ไทยยังเสียเปรียบเรื่องภาษาอังกฤษและภาษาเพื่อนบ้าน เพราะขณะนี้คนพม่า ลาว กัมพูชา รู้ภาษาไทย แต่คนไทยเราไม่รู้ ขณะเดียวกันนโยบายเปิดเสรีทางการค้านั้น พบว่าประเทศต่างๆ ไม่มีกฎระเบียบยุ่งยาก แต่ไทยมีมากทำให้ไม่สามารถสู้ประเทศอื่นได้ เราต้องเปิดให้มีการแข่งขัน.

ที่มา http://www.unigang.com

ประโยชน์ ทำให้คนไทยตระหนักเห็นความสำคัญของภาษา english

ฮือฮา! พบดาวดวงใหม่คล้ายโลก คาดอาจมีสิ่งมีชีวิต

ฮือฮา! พบดาวดวงใหม่คล้ายโลก คาดอาจมีสิ่งมีชีวิต

 

 

เว็บไซต์สเปซดอทคอม รายงานเมื่อวันที่ 12 กันยายนว่า นักดาราศาสตร์พบดาวดวงใหม่กว่า 50 ดวง ผ่านการส่องกล้องจากหอสังเกตการณ์ยุโรปตอนใต้ ระบุหนึ่งในนั้นมีสภาพคล้ายโลก และอาจมีสิ่งมีชีวิตบนนั้น

รายงานระบุว่า จากการค้นพบดาวดวงใหม่กว่า 50 ดวงในครั้งนี้ มีดาวที่มีขนาดใกล้เคียงกับโลกอยู่ทั้งหมด 16 ดวง ซึ่งผิวดาวทั้ง 16 ดวงนี้ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นหิน แต่ดวงที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือดาวที่ได้รับการตั้งชื่อว่า HD 85512 b หรือ Gliese 370 b ซึ่งนอกจากจะเป็นดาวที่มีขนาดใกล้เคียงกับโลกแล้ว ยังอยู่โคจรอยู่ในแถบ habitable zone หรือแถบอวกาศที่มีสภาพอุณหภูมิไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป ทำให้น้ำสามารถดำรงอยู่ได้ในสภาวะของเหลว และนักดาราศาสตร์ก็ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่าอาจมีสิ่งมีชีวิตอยู่บนนั้นเช่น เดียวกับโลกของเราด้วย

จากการตรวจสอบด้วยการใช้อุปกรณ์ตรวจวัดความเร็วเชิงรัศมีของดาวฤกษ์ความแม่น ยำสูง หรือ HARPS ร่วมกับกล้องโทรทรรศน์ พบว่า ดาวเคราะห์ดวงนี้มีขนาดใหญ่กว่าโลกราว ๆ 3.5 เท่า อยู่ไกลจากโลกไป 35 ปีแสง โคจรรอบดาวดวงหนึ่งที่ชื่อว่า HD 85512 ที่มีลักษณะเหมือนกับดวงอาทิตย์เช่นเดียวกับโลก ใช้เวลา 54 วันในการหมุนรอบตัวเอง มีเมฆปกคลุมและมีบรรยากาศคล้ายกับโลกของเรามาก ส่วนอุณหภูมิพื้นผิวของดาวดวงนี้อยู่ที่ 25 องศาเซลเซียส หรือก็พอ ๆ กับอากาศทางตอนใต้ของฝรั่งเศสนี่เอง

ทางด้าน ลิซา คัลเตนเน็กเกอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ เปิดเผยว่า มันเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมาก ที่ได้พบว่ามีดาวเคราะห์ที่มีลักษณะคล้ายกันกับโลกอีกดวงหนึ่ง และการค้นพบครั้งนี้ก็ไม่ใช่แค่การค้นพบดาวที่อยู่ห่างออกไปเท่านั้น แต่มันคือการค้นพบโลกใหม่ก็ว่าได้

ทั้งนี้ นับตั้งแต่มีการส่องกล้องโทรทรรศน์ค้นหาดาวบนฟ้าที่อยู่ห่างจากโลกของเราไป หลายล้านปีแสง นักดาราศาสตร์ได้พบดาวเคราะห์แล้วกว่า 564 ดวง และยังมีดาวอีกกว่า 1,200 ดวงที่กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาลักษณะและชนิดของดาวต่อไป ส่วนดาวเคราะห์ที่มีขนาดและลักษณะใกล้เคียงกับโลกนั้น ถือว่าพบได้น้อยมาก จึงเป็นที่น่ายินดีของบรรดานักดาราศาสตร์อย่างยิ่งที่ได้ค้นพบดาว HD 85512 b ในครั้ง

ที่มา http://www.unigang.com/Article/8481

ประโยชน์  เป็นความรู้รอบตัว ที่ให้ความแปลกใหม่กับผู้เชี่ยวชาญด้านดาวเคราะห์และเราผู้ที่ได้สึกษา

รัสเซียฟันธง’วันสิ้นโลก2036′ มนุษย์สังเวย10ล้านชีวิต!

ภาพยนตร์เรื่อง 2012 วันสิ้นโลก หนังฮอลลีวู้ดเมื่อหลายปีก่อน ทำเอามนุษย์โลกหวาดผวาและตื่นกลัวว่าโลกจะถึงกาลแตกดับลงจริงๆ จากคำทำนายของหลายสำนักที่หนังนำมาอ้างอิง แต่นักวิทยาศาสตร์รัสเซีย ชาติมหาอำนาจด้านอวกาศที่มีเทคโนโลยีด้านอวกาศก้าวหน้าไม่แพ้สหรัฐออกมาฟัน ธงว่า ระบุวันอาร์มาเก็ดดอน หรือวันสิ้นโลกตามพระคัมภีร์ของคริสต์ได้แล้ว โดยไม่ได้อยู่ในปี ค.ศ.2012 แต่จะเกิดขึ้นในอีก 24 ปีข้างหน้า หรือในปี ค.ศ.2036 (พ.ศ.2579)

ศ.ลีโอนิด โซโคลอฟ จากมหาวิทยาลัยเซนต์ปีเตอร์ สเบิร์กในรัสเซีย กล่าวว่า อุกกาบาตที่ชื่อ อะโพฟิส รหัส 99942 มฤตยูที่จะเดินทางมาชนโลก จะเข้ามาใกล้โลกที่ระยะ 37,000-38,000 กิโลเมตร ในวันที่ 13 เม.ย.2029 และมีแนวโน้มจะเข้ามาชนโลกในวันที่ 13 เม.ย.2036

ย้อน ไปเมื่อปี 2547 มีการค้นพบอุกกาบาต อะโพฟิส รหัส 99942 ครั้งแรกว่าเป็นวัตถุอวกาศที่จะเข้ามาอยู่ในโซนอันตรายต่อโลก มีขนาดกว้าง 300 เมตร

เครื่องมือจำลองสถานการณ์ของมหาวิทยาลัยเซาท์แธมป์ตันใน อังกฤษชี้ว่า ความเสียหายจะเลวร้ายมากแค่ไหนขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่มันพุ่งชน ส่วนที่เลวร้ายที่สุดประเมินว่าจะมีผู้เสียชีวิตมากถึง 10 ล้านราย แต่ก็ยังมีหลายเหตุผลที่ปลอบไม่ให้ตื่นตระหนก หนึ่งในนั้นคือความจริงที่ว่า มันอาจจะแตกตัวและเศษเล็กเศษน้อยอาจจะตกลงมาใส่โลกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า อีกเหตุผลที่ไม่ควรกลัวคือโลกจะได้รับคำเตือนก่อนแน่นอน

โดนัลด์ เยียแมนส์ หัวหน้าสำนักงานวัตถุใกล้โลกขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ หรือนาซ่า กล่าวว่า ในปี 2029 เมื่อมันแกว่งเข้ามาใกล้โลก เราจะพบว่าอะโพฟิสมีหลุมแรงดึงดูดที่จะลากมันเข้ามาในวงโคจรโลกในอีก 7 ปีให้หลังหรือไม่ ช่องว่างมีเพียงแค่ 600 เมตร ดังนั้น จึงยังพอมีโอกาสที่มันจะไม่เกิดขึ้น

ศ.โซโคลอฟ กล่าวด้วยว่า ภารกิจของนักวิทยาศาสตร์รัสเซียเวลานี้คือการพิจารณาทางเลือกและพัฒนา โครงการและแผนปฏิบัติการเพื่อรับมือกับอะโพฟิส

ทีมา  http://www.unigang.com/Article/6047

http://forum.khonkaenlink.info/index.php?topic=313867.0

ข้อคิด  ควรคิดให้ดีก่อนที่จะเชื่ออะไร  อาจจะเป็นจริงหรือไม่จริงก็ได้

ฮือฮา ! ! ดวงอาทิตย์จำศีล โลกเข้าสู่ยุคกึ่งน้ำแข็ง

(16 มิ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศได้เผยแพร่รายงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญ ด้านดาราศาสตร์ว่า โลกกำลังจะเข้าสู่ยุคกึ่งน้ำแข็ง ซึ่งอาจจะกินเวลานานกว่า 10 ปี ซึ่งมีสาเหตุมาจากดวงอาทิตย์กำลังเข้าสู่ภาวะผิดปกติ หรือ การจำศีล ในช่วงหลังปี 2020 และอาจจะกินระยะเวลานานเป็นทศวรรษ.

ดร.ริชาร์ด อัลทร็อค ผู้เชี่ยวชาญและนักดาราฟิสิกส์ของสถาบันวิจัยระบบสุริยะแอร์ฟอร์ซ ได้อธิบายว่า วงจรของดวงอาทิตย์กำลังจะเข้าสู่ช่วงจำศีล ซึ่งสามารถระบุได้ตั้งสมมติฐาน 3 อย่าง ได้แก่ การเกิดพวยความร้อนที่ออกมาจากขั้วความร้อนของดวงอาทิตย์ลดปริมาณลง หรือการแผ่ขยายของจุดดับมีความอ่อนตัวลง และไม่พบการขับไอของวงจรสุริยะ.

สำหรับภาวะดังกล่าวที่อาจจะส่งผลให้โลกเข้าศู่ยุคกึ่งน้ำแข็ง โดยจะทำให้โลกมีอากาศที่หนาวเย็นลงนานหลายปี บรรเทาปัญหาโลกร้อน อีกทั้งยังลดผลกระทบจากพายุสุริยะและการขัดข้องของด้วยเทียมสื่อสารได้อีก ด้วย ซึ่งภาวะผิดปกติเช่นนี้ ไม่ใช่เกิดขึ้นเป็นแรก ย้อนกลับไปเมื่อราวต้นศตวรรษที่ 18 ภาวะผิดปกติเช่นนี้ของดวงอาทิตย์เคยเกิดขึ้นมาแล้ว.

นอกจากนี้ ดร.แฟรงค์ ฮิลล์ ผู้เชี่ยวชาญแห่งศูนย์สังเกตการณ์สุริยะของอังกฤษ ยังเผยว่า ดวงอาทิตย์เข้าสู่ภาวะนิ่งสงบมาเป็นระยะเวลาหลายปีแล้ว โดยปกติในทุก 22 ปีสนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์จะขับพลังให้เกิดเป็นจุดบอดบนดวงอาทิตย์และกิน ระยะเวลาราว 11 ปี สำหรับในปีนี้มีการตรวจพบว่า ดวงอาทิตย์เกิดจุดบอดขึ้นทุกวัน และยังมีการปะทุและพายุสุริยะที่ส่งผลกระทบต่อดาวเทียมของโลก คล้ายกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปี 2001.

อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดยังไม่สามารถยืนยันและกำหนดช่วงเวลาที่จะ เกิดได้อย่างชัดเจน เบื้องต้นหากข้อสันนิษฐานดังกล่าวเป็นจริง สนามแม่เหล็กบนดวงอาทิตย์จะอ่อนกำลังลงในช่วงปี 2022 และจะส่งผลให้อุณหภูมิของโลกลดลงราว 10 ปี.

ที่มา  http://www.unigang.com/Article/7464

ประโยชน์ที่ได้รับทำให้รู้ว่าโลกมีอากาศที่หนาวเย็นลงนานหลายปี บรรเทาปัญหาโลกร้อน อีกทั้งยังลดผลกระทบจากพายุสุริยะและการขัดข้องของด้วยเทียมสื่อสารได้

ดวงดาว ดาวฤกษ์ เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ?

เนื่องจากวิทยาศาสตร์ทางดาราศาสตร์ของมนุษย์โลกได้พัฒนาไปไกลมากขึ้นมีกล้อง อับเบล ที่ส่งขึ้นไปโคจรนอกโลก ที่สามารถไปส่องดูดวงดาวต่างๆ ได้อย่างแม่นยำและชัดเจน ทำให้เห็นกลุ่มดวงดาวและกาแลคชี ต่างๆ ได้มากมาย เพื่อนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบศึกษา จึงทำให้เห็นดวงดาวที่เพิ่งเกิด และดวงดาวที่กำลังจะดับหรือตายหรือตายไปแล้ว

เรามาดูการก่อตัวเกิดดวงดาวกัน

จากการวิเคาะห์ของผมได้ว่า มวลสารย่อมดึงดูดเข้าหากันตามกฏวัตถุย่อมดึงดูดเข้าหากัน และในอาวกาศนั้นี่มีสะภาวะไม่สเถียร ของพลังงาน คือในหน่วยของพื้นที่แต่และหน่วย หาได้มีพลังงานเท่ากันไม่ มีการอัดและคลายตัวของพลังงานอยู่ตลอดเวลา แต่พลังงานและวัตถุนี้หาได้ศูนย์หายไปไหน ซึ่งมีการสับเปลี่ยนอยู่ตลอด ซึ่งจะไปเกี่ยวกับระบบกาแลคชี และระบบยูนิเวิล(ทั้งหมด)

ดังนั้นการก่อตัวของกลุ่มดาวฤกษ์(เน้นกลุ่มดังดาวที่เกิด) เกิดขึ้นในบริเวณที่พลังงานมีการอัดตัวเข้าหากัน ซึ่งมีพลังงานมากกว่าพื้นที่ในอาวกาศโดยรอบๆ อนุภาคและก๊าชต่างๆ ที่เบา ก็เสมือนกับมารวมกลุ่มกันคล้ายเมฆมหมอกที่รวมกันเป็นก้อน และภายในกลุ่มก้อนที่สะสมมากพอ แต่ภายในกลุ่มเฆมอนุภาพและก๊าชเหล่านั้น พลังงานของแต่ละหน่วยพื้นที่ก็หาได้เท่ากัน ดังนั้นในบริบวณใหนที่มีการบิบอัดของพลังงานมากๆ (สมมุติฐานของผม อาจเกิดจากอนุภาพที่มองไม่เห็น คล้ายหลุมดำเล็กๆ) และมีอนุภาคหรือกลุ่มก๊าชหนาแน่นมากในระดับที่อยู่ชิดใกล้กันจนถึงระยะที่ อนุภาคหรือก๊าชเหล่านั้นดึงดูดเข้าหากัน รวมกลุ่มอย่างหนาแน่นมากขึ้นจึงเกิดเป็นก้อนมวลสารเหลวของก๊าชเบาขึ้นมาก่อน โดยก๊าชเบาอย่างก๊าชไอโดรเจนจะถูกดึงดูดเข้าสู่จุดศูนย์กลางอย่างรวดเร็ว กว่าก๊าชที่หนักกว่า จึงก่อตัวขึ้นจากก๊าซไฮโดรเจน และก๊าซอื่นๆในอวกาศ รวมกลุ่มกันเข้าด้วยแรงโน้มถ่วงของตน จนเกิดเป็นกลุ่มก๊าซที่หนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งมวลสูงขึ้น และแต่ละโมเลกุลเข้าใกล้กันมากขึ้น แรงที่อัดแต่ละโมเลกุลเข้าหากันก็ยิ่งมากขึ้น กลุ่มก๊าซที่หนาแน่นนี้จะเริ่มหมุนวน และมีอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ ใช้เวลาหลายล้านปี จนกระทั่งอุณหภูมิสูงพอ ที่จะทำให้นิวเคลียสของไฮโดรเจน รวมตัวกันเกิดปฏิกริยานิวเคลียร์ฟิวชัน กลายเป็นฮีเลียม ปลดปล่อยพลังงานมหาศาลออกมา
ดาวดาวที่อยู่ช่วงก่อกำเนิดนี้ เรียกว่าโปรโตสตาร์(Protostar) มีอุณหภูมิสูงกว่าล้านองศาทีเดียว
พลังงานที่เกิดขึ้นจากปฏิกริยานิวเคลียร์ฟิวชัน ทำให้แกนกลางของโปรโตสตาร์มีอุณหภูมิสูงขึ้น และทำให้นิวเคลียสของไฮโดรเจนอะตอมอื่นๆที่อยู่ไม่ไกล รวมตัวกันเกิดปฏิกริยานิวเคลียร์ฟิวชันต่อไป และต่อไปถึงอะตอมอื่นๆ ไปเรื่อยๆเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ พลังงานที่ปล่อยออกมาทำให้กลุ่มก๊าซที่อยู่รอบนอกของโปรโตสตาร์ ส่องแสงออกมา และเมื่อถึงจุดหนึ่ง นิวเคลียร์ฟิวชันที่แกนกลาง ก็จะมากพอ ที่จะมีแรงต้านการบีบอัดของแรงโน้มถ่วงได้ โปรโตสตาร์ก็จะสามารถ คงสภาพเป็นดาวฤกษ์

แต่ก็จะมีแผ่นมวลสารบางๆ คล้ายดิสย์ อยู่รอบๆ เรียกแผ่นนี้ว่า Proto-planetary disks (Proplyds) ซึ่งเป็นอนุภาคที่หนักกว่าก๊าชเบา คาดว่าจะรวมตัวกันเป็นต้นกำเนิด ของดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดาวฤกษ์ในอนาคต          

ทีมา  http://www.unigang.com/Article/11656

ประโยชน์ที่ได้รับ  ทำให้รู้การเกิดของดาวดาวฤกษ์ และความเป็นมา

นั่งหน้าคอมฯนานๆอาจตายได้!

นั่งหน้าคอมฯนานๆอาจตายได้!
สำหรับผู้ที่ต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา ควรที่จะระมัดระวังโรคที่เกี่ยวกับการนั่งใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานหรือที่เรียกว่า DVTอาการเลือดจับตัวเป็นก้อนเมื่อนั่งใช้คอมพิวเตอร์นานๆ (DVT)
แพทย์เชื่อว่าอาการ เลือดจับตัวเป็นก้อนลิ่มในเส้นเลือดของผู้ป่วยใกล้ตายรายหนึ่ง สาเหตุมาจากการที่ใช้เวลานั่งทำงานอย่างต่อเนื่องกับคอมพิวเตอร์นานเกินไป โดยที่ไม่ได้มีการขยับร่างกาย หรือลุกออกไปไหนเลย มันเป็นเรื่องจริงที่ว่า คอมพิวเตอร์สามารถทำให้คุณตายได้ ซึ่ง เราไม่ได้กำลังพูดถึงนักเล่นเกมที่ตายหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ หลังจากอดอาหาร และน้ำต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน แต่หมายถึงใครก็ตามที่จะได้รับผลกระทบจากการใช้เวลาหลายชั่วโมงอยู่กับโต๊ะ คอมพิวเตอร์

นักวิจัยที่ประเทศ นิวซีแลนด์พบว่าการนั่งหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลาหลายๆ ชั่วโมง อาจทำให้เลือดแข็งตัวเป็นก้อนลิ่ม เป็นอันตรายถึงตายได้ ลักษณะคล้ายๆ กับการเกิดอาการที่เรียกว่า DVT (Deep Vein Thrombosis) ซึ่งเกิดจากการนั่งเครื่องบินในระยะทางไกลๆ โดยเฉพาะชั้นที่นั่งราคาประหยัด บางทีจึงเรียกอาการนี้ว่า “economy-class sysdrome” ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ถูกค้นพบโดยนักวิจัยที่ได้ข้อมูลว่า ชายวัย 32 ปี ผู้หนึ่งที่ต้องนั่งทำงานอยู่หน้าเทอร์มินัลคอมพิมเตอร์ประมาณ 18 ชั่วโมงต่อวันซึ่งอาการโคม่า เนื่อง จากเกิดอาการเลือดจับตัวเป็นก้อน โดยก้อนเลือดที่เกิดขึ้นนี้จะอยู่ในบริเวณขาบอบเขา ก่อนที่จะแตกกระจายและเดินทางไปยังปอดทั้งสองของเขาอีกทีหนึ่ง อาการที่เรียกว่า DVT นี้จะเกิดขึ้นเมื่อมีเลือดขันอยู่ในเส้นเลือดดำ ซึ่งมันจะค่อยๆ เปลี่ยนตัวเองไปเป็นก้อนลิ่ม
โดยอาการที่สามารถ สังเกตเห็นได้ชัดเจนคือ ขา จะเริ่มบวม ส่วนอาการที่อันตรายจะเกิดขึ้นเมื่อลิ่มเลือดแตกออก และเดินทางไปยังหัวใจ หรืออวัยวะภายในที่สำคัญๆ ซึ่งผลลัพธ์ของอาการที่เกิดขึ้นจะไม่อาจคาดเดาได้

ข้อแนะนำ

นอกจากการที่ไม่ควร นั่งทำงาน หรือเล่นคอมพิวเตอร์นานเกินไปแล้ว ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่รู้สึกว่านั่งนานเกินไปให้พยายามกระดิกนิ้วเท้า และข้อเท้า ดื่มน้ำ และไม่ควรดื่มอัลกอฮอล์ นอกจากนี้ ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ที่นั่งนานควรจะลุกขึ้นและยืดขาอย่างน้อยๆ ชั่วโมงละ 1 ครั้ง การใช้ยาแอสไฟริน ซึ่งช่วยให้เลือดไม่ข้นเกินไปก็สามารถช่วยได้เหมือนกัน การนั่งทำงานกับคอมพิวเตอร์ในท่าทางที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงบ้าง ผู้เชี่ยวชาญบางท่านยังตั้งข้อสังเกตว่าผู้ใช้โน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์จะเสี่ยง ต่ออาการผิดปกติที่ว่านี้เป็น 2 เท่า โดยเฉพาะผู้ที่ต้องนั่งทำงานกับโน้ตบุ๊กในชั้นที่นั่งราคาประหยัดบนเครื่อง

ที่มา http://www.thaigcd.ddc.moph.go.th/index.html

ประโยชน์ที่ได้รับ   การนั่งหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลาหลายๆ ชั่วโมง อาจทำให้เลือดแข็งตัวเป็นก้อนลิ่ม เป็นอันตรายถึงตายได้

นอนเต็มอิ่ม แต่ทำไมยังง่วงล่ะ ?

ในยุคที่ต้องใช้กำลังกายและกำลังสมองทำงานอย่างหนักในระหว่างวัน จนเหนื่อยล้าอ่อนแรงไปตามๆ กันพอตกกลางคืนก็อยากจะรีบเข้านอนเพื่อจะได้พักผ่อนออมแรงไว้เผื่อวันรุ่ง ขึ้นจะได้ตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นแจ่มใส แต่ที่ไหนได้ ขณะที่นั่งทำงานอยู่ดีๆ แต่เอ๊ะ! ทำไมจึงหาวออกมาเสียงฟอดใหญ่ แล้วรู้สึกเพลียมาก เห็นอะไรต่อมิอะไรที่อยู่ตรงหน้ากลายเป็นหมอนใบนุ่มน่าหนุนไปเสียอย่างนั้น ทั้งๆ ที่เมื่อคืนก็รีบเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ เพราะอยากมีสุขภาพดีเหมือนคนอื่นๆ ดูบ้าง ตื่นเช้ามาก็ไม่ค่อยจะสดชื่น แถมรู้สึกง่วงมากกว่าเดิมเสียอีก มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ถ้าอย่างนั้น เรามาหาคำตอบกันดีกว่า

อย่าลืม ว่าจิตใจที่แจ่มใสอยู่ในร่างกายที่สมบูรณ์

การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอนั้นมีความสำคัญต่อสุขภาพของเราเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากในขณะที่เรานอนหลับนั้น ระบบต่างๆ ของร่างกายก็จะพักตามไปด้วย การหายใจจะช้าลงอย่างสม่ำเสมอ มีการหลั่งฮอร์โมนช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ แต่ในทางกลับกันหากนอนไม่พอ ร่างกายก็จะอ่อนเพลีย ไม่มีแรง เกิดอาการเวียน ศรีษะ คิดไม่ออก เสี่ยงต่อโรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคอ้วน จากการศึกษาพบว่า การนอนที่เพียงพอทำให้คุณรับประทานอาหารลดลง ลดความอยากรับประทานลงอีกด้วย แต่ในขณะเดียวกันการนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพก็อาจจะทำให้รู้สึกเหมือนไม่ได้ พักผ่อน และก็ทำให้อยากอาหารมากกว่าปกติ ซึ่งอาจเกิดจากหลากหลายสาเหตุ เช่น

– มีเรื่องไม่สบายใจ เครียดกังวล จนทำให้สมองรู้สึกเครียดอยู่ตลอดเวลาโดยไม่รู้ตัว

– เกิดลมในช่องท้องมากเกินไป ทำให้การไหลเวียนเลือดต่ำ และรวมถึงมีอาการท้องผูก ทำให้รู้สึกอึดอัดไม่สบายตัว

– ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ (Sleep Apnea) เป็นภาวะความผิดปกติอย่างหนึ่งของการหายใจที่เกิดขึ้นในระหว่างการนอนหลับมี อันตราย และทำให้เกิดความผิดปกดติอื่นจน ถึงเสียชีวิตได้ พบภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับได้บ่อยครั้งในคนอ้วน เพศชาย ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่มีโรคความดันเลือดสูงจะทำให้สะดุ้งตื่นขึ้นมาบ่อย ในระหว่างนอนหลับ รู้ตัวบ้าง ไม่รู้ตัวบ้าง เพื่อหายใจ ทำให้เรารู้สึกเหมือนไม่ได้นอน

– ภายในห้องอาจจะมีเสียงรบกวนอยู่ตลอดเวลาโดยที่เราไม่รู้ตัว เช่น เสียงหยดน้ำ เสียงเครื่องปั๊มน้ำ เสียงแอร์ที่ดังเกินไป เสียงพัดลม เสียงเข็มนาฬิกาเดิน เป็นต้น เสียงเหล่านี้อาจจะแทนกเข้าไปในความรู้สึกและคลื่นสมองของเราระหว่างนอนได้ ทำให้รบกวนการนอน และนอนไม่เต็มอิ่ม

 

มานอนหลับพักกายใจอย่างมีคุณภาพกันเถอะ

– บุหรี่ สุรา ชา กาแฟ เครื่องดื่มคาเฟอีนต่างๆ งดและลืมไปได้เลย อย่างน้อยๆ ก็ 6 ชั่วโมงก่อนเข้านอน เนื่องจากเครื่องดื่มเหล่านี้กระตุ้นสมองและทำให้ปัสสาวะบ่อย จนรบกวนการนอนได้ แถมไม่ดีต่อสุขภาพอีกต่างหาก

– เข้านอน และตื่นนอนให้ตรงเวลาทุกวันจนเคยชิน แรกๆ ก็อาจจะไม่คุ้นเคย แต่รับรองว่าเมื่อบ่อยครั้งเข้าจะชินไปเอง

– จัดระเบียบการใช้ชีวิตให้ดีๆ สะสางปัญหาการงานที่คั่งค้าง และวิธีการแก้ไข เพื่อความสบายใจ และนอนหลับง่าย

– ออกกำลังกายก่อนหน้าที่จะเข้านอน อย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง จะช่วยให้นอนหลับสนิทมากขึ้น

– จัดห้องนอนให้สะอาดน่านอน ไม่มีแสงรบกวน หมั่นทำความสะอาดเครื่องนอนอยู่เสมอ เอาไปตากแดดจัดๆ ป้องกันไรฝุ่น หาหมองที่พอดีกับต้นคอ เพื่อช่วยให้นอนหลังสนิท ไม่ปวดต้นคอและหลังจะช่วยให้ผ่อนคลายมากขึ้น

– สวดมนต์ หรือนั่งพักผ่อนสบายๆ สักพักก่อนนอน เพื่อให้สมองคลายกังวลจากเรื่องเครียดๆ อาจจะฟังเพลงเพราะๆ สูดอากาศที่บริสุทธ์ หรือดมน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบ

– ดื่มน้ำอุ่น หรือนมอุ่นก่อนนอนจะช่วยในการนอนหลับ เพราะกรดอะมิโนทริปโตฟานทำให้ง่วงนอนได้ หลีกเลี่ยงการดูดหรือฟังเรื่องตื่นเต้น น่ากลัว เรพาะจะกระตุ้นให้เราไม่หลับ

ที่มา http://www.unigang.com/Article/10020

ประโยชน์ที่ได้    การนอนที่เพียงพอทำให้คุณรับประทานอาหารลดลง ลดความอยากรับประทานลงอีกด้วย แต่ในขณะเดียวกันการนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพก็อาจจะทำให้รู้สึกเหมือนไม่ได้ พักผ่อน และก็ทำให้อยากอาหารมากกว่าปกติ ซึ่งอาจเกิดจากหลากหลายสาเหตุ เช่น